logo
แบนเนอร์

รายละเอียดข่าว

บ้าน > ข่าว >

ข่าวบริษัท เกี่ยวกับ โซลูชันความหน่วงต่ำและปริมาณงานสูง: เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายด้วยผลิตภัณฑ์ Ericsson

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ติดต่อเรา
Mr. Liu
86-186-8047 -8667
ติดต่อตอนนี้

โซลูชันความหน่วงต่ำและปริมาณงานสูง: เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายด้วยผลิตภัณฑ์ Ericsson

2026-01-05


ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ประสิทธิภาพของเครือข่ายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้บริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ค่าความหน่วงต่ำ (Low latency) และปริมาณงานสูง (High throughput) เป็นตัวชี้วัดหลักในการรับประกันการดำเนินงานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น การสื่อสารแบบเรียลไทม์ บริการคลาวด์ และการสตรีมมิ่ง Ericsson นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้และเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย

  1. การลดความหน่วงด้วย Edge Computing
    หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความหน่วงของเครือข่ายคือผ่าน edge computing โซลูชัน edge ของ Ericsson นำการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลเข้าใกล้ผู้ใช้ปลายทางมากขึ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่ข้อมูลต้องเดินทางไปกลับระหว่างผู้ใช้และเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางได้อย่างมาก โซลูชันนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น เกม รถยนต์ไร้คนขับ และความเป็นจริงเสมือน ซึ่งแม้แต่ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้

  2. การเพิ่มประสิทธิภาพปริมาณงานด้วยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G
    โซลูชัน 5G ของ Ericsson รวมถึง Radio Access Network (RAN) และ Core Network ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ด้วยการใช้ประโยชน์จากย่านความถี่ที่สูงขึ้นและเทคโนโลยี MIMO (Multiple Input Multiple Output) ขั้นสูง Ericsson ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเครือข่ายสามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณงาน ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้น และรองรับแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง เช่น การสตรีมวิดีโอและ IoT (Internet of Things)

  3. Network Slicing สำหรับการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม
    เทคโนโลยี network slicing ของ Ericsson ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างส่วนเครือข่ายเสมือนจริงที่แยกจากกันซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะ เช่น การสื่อสารที่มีความหน่วงต่ำหรือแอปพลิเคชันที่มีปริมาณงานสูง ด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครือข่ายแบบไดนามิกตามความต้องการ network slicing ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันที่สำคัญจะได้รับแบนด์วิดท์ที่จำเป็น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความแออัดและความหน่วงโดยรวม

  4. การจัดการการรับส่งข้อมูลขั้นสูงและคุณภาพการบริการ (QoS)
    เครื่องมือการจัดการการรับส่งข้อมูลขั้นสูงของ Ericsson ช่วยจัดลำดับความสำคัญของการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันที่ไวต่อความหน่วงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Quality of Service (QoS) เช่น การปรับรูปร่างการรับส่งข้อมูลและการควบคุมการไหล Ericsson ช่วยให้ใช้แบนด์วิดท์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความแออัด และปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายโดยรวม

  5. AI และระบบอัตโนมัติเพื่อประสิทธิภาพเครือข่าย
    Ericsson ผสานรวม AI และระบบอัตโนมัติเข้ากับโซลูชันเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งความหน่วงและปริมาณงาน การจัดการเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถคาดการณ์รูปแบบการรับส่งข้อมูล ระบุปัญหาคอขวด และปรับทรัพยากรโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุด แนวทางอัจฉริยะนี้ช่วยลดการแทรกแซงของมนุษย์และเพิ่มความสามารถของเครือข่ายในการจัดการปริมาณงานแบบไดนามิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ด้วยการผสานรวมผลิตภัณฑ์และโซลูชันขั้นสูงของ Ericsson ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถลดความหน่วงและเพิ่มปริมาณงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ดีขึ้น การปรับปรุงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงคุณภาพการบริการสำหรับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของแอปพลิเคชันและบริการสมัยใหม่อีกด้วย

แบนเนอร์
รายละเอียดข่าว
บ้าน > ข่าว >

ข่าวบริษัท เกี่ยวกับ-โซลูชันความหน่วงต่ำและปริมาณงานสูง: เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายด้วยผลิตภัณฑ์ Ericsson

โซลูชันความหน่วงต่ำและปริมาณงานสูง: เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายด้วยผลิตภัณฑ์ Ericsson

2026-01-05


ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ประสิทธิภาพของเครือข่ายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้บริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ค่าความหน่วงต่ำ (Low latency) และปริมาณงานสูง (High throughput) เป็นตัวชี้วัดหลักในการรับประกันการดำเนินงานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น การสื่อสารแบบเรียลไทม์ บริการคลาวด์ และการสตรีมมิ่ง Ericsson นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้และเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย

  1. การลดความหน่วงด้วย Edge Computing
    หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความหน่วงของเครือข่ายคือผ่าน edge computing โซลูชัน edge ของ Ericsson นำการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูลเข้าใกล้ผู้ใช้ปลายทางมากขึ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่ข้อมูลต้องเดินทางไปกลับระหว่างผู้ใช้และเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางได้อย่างมาก โซลูชันนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น เกม รถยนต์ไร้คนขับ และความเป็นจริงเสมือน ซึ่งแม้แต่ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้

  2. การเพิ่มประสิทธิภาพปริมาณงานด้วยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G
    โซลูชัน 5G ของ Ericsson รวมถึง Radio Access Network (RAN) และ Core Network ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ด้วยการใช้ประโยชน์จากย่านความถี่ที่สูงขึ้นและเทคโนโลยี MIMO (Multiple Input Multiple Output) ขั้นสูง Ericsson ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเครือข่ายสามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณงาน ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้น และรองรับแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง เช่น การสตรีมวิดีโอและ IoT (Internet of Things)

  3. Network Slicing สำหรับการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม
    เทคโนโลยี network slicing ของ Ericsson ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างส่วนเครือข่ายเสมือนจริงที่แยกจากกันซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะ เช่น การสื่อสารที่มีความหน่วงต่ำหรือแอปพลิเคชันที่มีปริมาณงานสูง ด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครือข่ายแบบไดนามิกตามความต้องการ network slicing ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันที่สำคัญจะได้รับแบนด์วิดท์ที่จำเป็น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความแออัดและความหน่วงโดยรวม

  4. การจัดการการรับส่งข้อมูลขั้นสูงและคุณภาพการบริการ (QoS)
    เครื่องมือการจัดการการรับส่งข้อมูลขั้นสูงของ Ericsson ช่วยจัดลำดับความสำคัญของการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันที่ไวต่อความหน่วงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Quality of Service (QoS) เช่น การปรับรูปร่างการรับส่งข้อมูลและการควบคุมการไหล Ericsson ช่วยให้ใช้แบนด์วิดท์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความแออัด และปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายโดยรวม

  5. AI และระบบอัตโนมัติเพื่อประสิทธิภาพเครือข่าย
    Ericsson ผสานรวม AI และระบบอัตโนมัติเข้ากับโซลูชันเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งความหน่วงและปริมาณงาน การจัดการเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถคาดการณ์รูปแบบการรับส่งข้อมูล ระบุปัญหาคอขวด และปรับทรัพยากรโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุด แนวทางอัจฉริยะนี้ช่วยลดการแทรกแซงของมนุษย์และเพิ่มความสามารถของเครือข่ายในการจัดการปริมาณงานแบบไดนามิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ด้วยการผสานรวมผลิตภัณฑ์และโซลูชันขั้นสูงของ Ericsson ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถลดความหน่วงและเพิ่มปริมาณงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ดีขึ้น การปรับปรุงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงคุณภาพการบริการสำหรับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของแอปพลิเคชันและบริการสมัยใหม่อีกด้วย